ขึ้นฉ่ายไทย มีลักษณะแตกต่างจากขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) ตรงที่มีก้านเล็กและเรียวกว่า ใบมีสีเขียวสดและกลิ่นหอมฉุนแรงกว่ามาก ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ขาดไม่ได้ในเมนูซีฟู้ดและเมนูต้ม เพราะกลิ่นหอมของมันมีคุณสมบัติพิเศษในการ ดับกลิ่นคาว ได้ดีที่สุด

ความเป็นฤดูกาล: มีจำหน่าย ตลอดทั้งปี แต่จะเติบโตได้ดีที่สุดในช่วง ฤดูฝนและฤดูหนาว (มิถุนายน - กุมภาพันธ์) ซึ่งความชื้นอากาศจะทำให้ลำต้นอวบน้ำ ใบไม่เหี่ยวเร็ว และให้กลิ่นที่หอมนวลไม่ฉุนจนเกินไป
รสชาติและเนื้อสัมผัส: มีรสชาติเผ็ดซ่าเล็กน้อยและมีความเค็มตามธรรมชาติแฝงอยู่ กลิ่นหอมสดชื่นเข้มข้น เนื้อสัมผัสก้านมีความกรอบเล็กน้อยและใบมีความนุ่ม
การใช้งานหลัก:
เมนูเนื้อสัตว์และปลา: ใช้ใน "ปลาผัดขึ้นฉ่าย" หรือปลานึ่งต่างๆ เพื่อดับกลิ่นคาวปลาและเพิ่มความหอม
เมนูต้มและข้าวต้ม: ใส่ในต้มจืดหรือโรยหน้าข้าวต้มปลาเพื่อชูรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
เมนูยำ: เป็นส่วนประกอบสำคัญในยำวุ้นเส้นหรือยำรวมมิตร เพื่อช่วยตัดรสเผ็ดร้อนและเพิ่มกลิ่นหอม
ประโยชน์:
ลดความดันโลหิต: มีสารฟลาโวนอยด์ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตลดลง
ช่วยย่อยอาหาร: ช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ
ต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และลดการอักเสบในร่างกาย
บำรุงหัวใจ: ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
เคล็ดลับความอร่อย: หากต้องการให้เมนูผัดมีความหอมฟุ้ง แนะนำให้ใส่ขึ้นฉ่ายเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ เพื่อรักษาความสดและกลิ่นหอมของน้ำมันหอยระเหยไว้ให้ได้มากที่สุด
เกี่ยวกับธุรกิจ
ผลิตภัณฑ์